หน้าแรก
Home
เกี่ยวกับเรา
About Us
บทความ
Articles
หนังสือแนะนำ
Books
หลักสูตร
Inhouse Courses
สมาชิก
Member
ติดต่อเรา
Contact Us
Upper
Assessment
 

กรุณาระบุอีเมล์ของท่าน
เพื่อรับข่าวสารจากเรา







search

Training and Seminar

Articles
มันก็เป็นเช่นนั้นเอง Share
By มยุรา ภักดีรอด
Published Date 3 เมษายน 2552

มันก็เป็นเช่นนั้นเอง 


   ความเคยชินที่ทำให้เราหลงลืมความจริงที่เป็นธรรมชาติหลายๆ อย่างไปเลยนะคะ สมชื่อว่า เคยและชินจริงๆ เช่น ชินกับเส้นทางการไปทำงาน ชินกับการทำงานรูปแบบเดิมๆ องค์กรเดิม คนเดิมๆ เคยชินกับความสะดวกสบาย ของการมีเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ใช้ ชินกับการได้โทรศัพท์คุยกันทุกวัน เคยชินกับอะไรต่อมิอะไรมากมายสารพัด ชินเสียจนคิดว่าเราจะเจอแต่อย่างนั้นตลอดไปไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่แล้วเมื่อมีวันหนึ่งที่ความเคยชินเหล่านี้หายไป ไม่มีอีกแล้ว เราจะรู้สึกได้ทันทีว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

   ซึ่งถ้าใครก็ตามที่เป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้นก็จะรู้สึกดี ไม่ต่อต้าน ยอมรับและปรับตัว แต่ถ้าใครเสียผลประโยชน์หรือเกิดความไม่สะดวกสบาย ก็จะไม่ยอมรับ อีกทั้งอาจจะต่อต้าน และจะไม่ค่อยยอมปรับตัว ซึ่งถ้าเราจะดำรงชีวิตโดยการปรับตัวช้านั้นหรือไม่ปรับตัวเลยนั้น กว่าจะชินก็เสียโอกาสใน การพัฒนาตัวเองไปอีกหลายชั้น พอหันกลับมาอีกทีทุกอย่างเปลี่ยนไปเป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้วในความเป็นจริงแล้ว ถ้าจะทำความเข้าใจกับสภาวะที่เป็นธรรมชาติและเป็น วัฏจักรของโลกซะหน่อยเราก็เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เป็นกลไกของธรรมชาติ เป็นธรรมดาสามัญของสรรพสิ่งที่ทุกอย่างจะมีการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และก็จะดับไป สักวันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว

   สนามบินดอนเมืองนั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นการเดินทางของสรรพสิ่งภายใต้กฎแห่งธรรมชาติและความจริงแท้แห่งความไม่เที่ยงนี้อย่างไม่มีข้อยกเว้น และเป็นธรรมดาสามัญยิ่งนักจากการได้เกิดขึ้นและได้ตั้งอยู่ ถึงเก้าสิบสองปีเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความคุ้นเคยภายใต้ชื่อสนามบินดอนเมืองให้กับคนไทยและต่างชาติได้จดจำเหมือนว่าจะไม่มีวันสูญหายไป แต่แล้วดอนเมืองก็ไม่อาจต่อกรกฎธรรมชาติได้เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ เรานั้นเล็กกระจ้อยร่อยเกินกว่าจะเทียบเคียงกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ เพียงแต่การดับไปของสนามบินดอนเมืองพร้อมๆ กับการเกิดขึ้นและตั้งอยู่ ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น อาจจะไม่สง่างามสักเท่าไรนัก

   และดูเหมือนว่าจะถูกทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยจนทำให้ดอนเมืองขาดคุณค่าไร้ศักดิ์ศรีของการเคยเป็นสนามบิน แห่งชาติไป แต่ถ้ามีดวงตาเห็นธรรม เราก็จะรู้ได้ทันทีว่า นี่ก็คือกฎของธรรมชาติอีก คำว่าศักดิ์ศรีและการเป็นสนามบินแห่งชาติก็ล้วนแล้วเป็นสิ่งสมมติเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะอาลัยอาวรณ์หรือคร่ำครวญมากนักเพราะโลกก็เป็นเช่นนั้นเอง มันมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับ ตลอดเวลา

   สิ่งหนึ่งเกิดแล้วก็จะตั้งอยู่ชั่วขณะและก็จะดับไปในอนาคต ในขณะที่สิ่งหนึ่งตั้งอยู่และอาจจะกำลังดับไปและสิ่งใหม่ก็กำลังจะเกิดขึ้น วนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยไป มันเป็นอย่างนี้มานานและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปผู้ที่มีปัญญา หรือผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรมจึงจะเป็นผู้ที่มองเห็นสิ่งนี้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน มองเห็นเรื่องเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องปกติ สามารถรับมือกับมันได้อย่างมีสติ อีกทั้งจะหาหนทางและทางเลือกในการดำรงชีวิตต่อไปเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งใหม่ที่เกิด ขึ้น ได้อย่างเข้าใจและเป็นทุกข์น้อยที่สุด จนถึงขั้นสามารถสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นกับตนเองได้

   ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับองค์กร ใดๆ ก็ตาม กับใครก็ตาม กับเรา กับเขา จึงเป็นเรื่องไม่แปลกแต่อย่างไดเลยสำหรับธรรมชาติ เป็นสิ่งธรรมดาสามัญมาก เช่นเดียวกับอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด หรือจะเรียกง่ายๆว่าการรับรู้ทั้งหา (หู ตา จมูก ลิ้น กายสัมผัส) นั้น เมื่อมีสิ่งมากระทบก็จะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เช่นกัน มันไม่สามารถอยู่ได้ยั่งยืน จากที่รัก ก็อาจจะรักน้อยลง หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นรักมากขึ้นก็ได้ หรืออาจจะเปลี่ยนไปไม่รักหรืออาจจะถึงขั้นเกลียดเลยก็ได้ ไม่มีอารมณ์ใด สิ่งใด เกิดขึ้น และตั้งอยู่ได้ตลอดไป ทุกอย่างล้วนแต่พ่ายแพ้แก่กาลเวลาทั้งสิ้น

   แต่ที่มันแปลกและไม่ปกติเพราะเรายังคงมองโลกอย่างที่เราเห็น และเราอยากจะเห็นอยู่อย่างนั้น เรายังใส่แว่นของการยึดมั่นถือมั่นในประสบการณ์ เชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม ความเชียวชาญ ทัศนคติ การศึกษา สถานะทางสังคม อายุ เพศ วัย วัฒนธรรม และการปรุงแต่งอื่นๆ อีก จนไม่สามารถมองเห็นความเป็นธรรมดาสามัญนี้ได้ หรือไม่ก็อาจจะเลือกมองอย่างที่เราเคยชิน

   การมีดวงตาเห็นธรรมจึงหมายถึง ความสามารถในการเห็นสภาวะที่เป็นอย่างนั้นของธรรมชาติ เห็นการเคลื่อนไหวของมันเห็นว่า มันอยู่อย่างนั้น และเป็นอย่างนั้น เพียงแต่เรามองไม่เห็นเพราะแว่นที่เราใส่อยู่มันไม่ใช่กระจก ที่จะสะท้อนความจริงให้กับเราแต่มันเป็นกระจกที่ผ่านการมองที่ยังยึดมั่นถือและปรุงแต่งกันอยู่ของผู้มอง เราจึงมีแต่ทุกข์ไม่รู้วาย ดังนั้นขอเพียงแต่เรามีดวงตาที่เห็นธรรมบ้าง มีมุมมองที่ถูกต้องต่อโลกและสรรพสิ่งทั้งหลายบ้าง มีการรับรู้ว่า อ้อ! มันก็เป็นเช่นนี้เองได้บ้าง เราก็สามารถสร้างทางเลือกกับตนเองได้อย่างเหมาะสม และมีความสุขมากขึ้นได้อย่างที่เป็นความปรารถนาอย่างยิ่งของมนุษย์ทุกคนในโลก

--------------------------------------------

สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ info@UpperKnowledge.com โทร. 02-730-5589




line