หน้าแรก
Home
| เกี่ยวกับเรา
About Us
| ตารางอบรม
Calendar
| บทความ
Articles
| หนังสือแนะนำ
Books
| สมาชิก
Member
| ภาพกิจกรรม
Photo Gallery
| ติดต่อเรา
Contact Us
| Upper
Assessment
 

(your email)  
Forget Password?
Member Benifits
สมัครสมาชิก


กรุณาระบุอีเมล์ของท่าน
เพื่อรับข่าวสารจากเรา

 




บัญชี-การเงิน-กฎหมาย-ภาษี
กลยุทธ์/เทคนิคการบริหาร/Tools
การตลาด / การขาย / CRM
ภาวะผู้นำ/บุคลิกภาพ/การสื่อสาร
งานอดิเรกและวิชาชีพ
Team Building / Walk Rally
HRD / HRM
การลดต้นทุน / Cost Reduction
Life Planning / Inspiration


ยิ่งอารมณ์เสีย ยิ่งขาดทุน นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง



Our Clients
To contact our clients for enquiring
on our reference, please click here.



Our Alliance











หนังสือธรรมะ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
Share
By : หนังสือธรรมะ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

Published Date : 28 กันยายน 2552

ผู้ทรงศีลย่อมเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความดีงามทั้งปวง

ย่อมไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ทั้งสัตว์น้อยใหญ่
ย่อมเป็นผู้ไม่โลภอยากได้ของที่ไม่ใช่ของเรา
ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
ย่อมไม่ประพฤติผิดลูกและผิดสามีภารรยาของผู้อื่น
ไม่นอกใจสามีภรรยา ย่อมเป็นผู้ที่มีวาจาไพเราะ ช่างเจรจา
มีสัมมาวาจา ปิยะวาจา พูดแต่สิ่งที่ดี
มีประโยชน์ ไม่พูดเท็จ
ย่อมไม่เสพสุรายาเมา
ไม่ติดยาเสพติด ไม่ค้ายาเสพติด

ผู้ทรงศีลเป็นคนดี มีเมตตามีจิตใจที่นุ่มนวล อ่อนโยน

ย่อมเป็นผู้ที่มีอายุยืน มีผิวพรรณงาม
มีความสุข และมีพระนิพพานเป็นที่สุด

ขอเชิญพวกเรามารักษาศีล เจริญภาวนากันเถิด
เพื่อเราจะได้มีความสุขในทุกสถานการณ์

หันมาสำรวจตัวเองกันบ้าง

ปัญหาในสังคมทุกวันนี้
เพราะเราไม่ค่อยเอาใจใส่ ในการรักษาจิตใจของตัวเอง
เราไม่เคยสำรวจตัวเอง
เราคิดว่าเราดีแต่คนอื่นไม่ดีตลอด
เพราะเราดูแต่คนอื่น ไม่เคยดูตัวเอง
เรามัวแต่จ้องจับผิดคนอื่น
จึงทำให้จิตใจของเราฟุ้งซ่าน สับสน เครียด ทุกข์

เรามัวแต่อยากพัฒนาคนอื่น ลืมตัวเอง
การปฏิบัติภาวนารักษาศีล คือ การหยุด
หยุดดูผู้อื่น หยุดตำหนิผู้อื่น
หันมาสำรวจตัวเองบ้างเป็นครั้งคราว

การทำความดีก็คือ การให้ทาน การรักษาศีล และปฏิบัติภาวนา

อันนี้ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมาย
อันเป็นที่ปรารถนาของทุกคน
คือฐานะดี รูปดี ปัญญาดี อายุยืน มีความสุข

การเจริญทาน ศีล ภาวนา
เมื่อทำแล้ว เราได้รับอานิสงส์ทันทีในปัจจุบันชาตินี้
ไม่ต้องรอภพหน้า
ปฏิบัติวันนี้ ก็เริ่มได้ผลวันนี้ อนาคตในชาตินี้ก็ดี
เมื่อตายแล้ว ชาติหน้าก็ได้รับอานิสงส์อีก
เมื่อเราเริ่มลงมือปฏิบัติบ้าง

เราจะเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นคือ เห็นตัวเอง รู้จักตัวเอง

แล้วเราจะปิติ ดีใจมาก ...ทุกคน
เพราะมันเป็นอีกมิติหนึ่งของจิตใจของเรา
ที่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
แล้วเราจะมีความสุขมาก

การศึกษาธรรมะ ยิ่งศึกษา ยิ่งสงบ

เป็นโอปนยิโก ยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งเป็นโอปนยิโก
น้อมเข้ามาๆ เพื่อการปล่อยวาง ปล่อยวางสิ่งภายนอก
แล้วก็น้อมเข้ามาในธรรมะ น้อมเข้ามาดูภายกับใจของตัวเอง
ดูตัวเอง แก้ไขตัวเอง ปรับปรุงตัวเอง
มากกว่าที่จะไปดู ไปวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น

คนอื่นเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญสำคัญที่ใจของเราเป็นอย่างไร

เราหมั่นน้อมเข้ามาดูจิตใจของเรา
รักษาจิตใจของเราให้เป็นปกติเสมอ คือ เป็นศีล

ศีล คือ ปกติ คือไม่ยินดียินร้าย

เป็นอินทรียสังวรศีล

อินทรียสังวรศีล

อานาปานสติชั้นที่ 1 คือ
หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมลมหายใจออก-ลมหายใจเข้า

เป็นอินทรียสังวรศีล

เป็นการสำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ไม่ให้ยินดียินร้าย

พระพุทธองค์บอกว่า
การเจริญอานาปานสติ มีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่
แต่พวกเราส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินได้ฟัง ไม่เคยลองปฏิบัติ
ตั้งแต่เกิดมาเราก็มองข้ามไป
ถึงแม้ว่า การฝึกเจริญอานาปานสติจะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
พวกเราก็ไม่ค่อยสนใจ
บางคนก็คิดว่าเป็นเรื่องยาก บางคนก็คิดว่าเป็นเรื่องคร่ำครึ
ปล่อยให้คนอื่นเขาทำกันเถิด เราเป็นคนดีอยู่แล้ว

อันนี้เพราะเราไม่เข้าใจ
เพราะเรายังไม่ยอมลงมือปฏิบัติ

จริงๆ แล้วการปฏิบัติก็ไม่ยากมากมายหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ...ก็เท่านั้นและการปฏิบัติก็เป็นเรื่องของทุกคน

ถ้าเราไม่ลงมือปฏิบัติ เราก็ไม่เห็นคุณค่า
ไม่เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติ
เราปฏิเสธสิ่งดีๆ ในชีวิตอย่างน่าเสียดาย
มาปฏิบัติ เจริญศีล ภาวนากันเถิด
แล้วเราจะมีความสุขทุกคน มีความสุขได้ในทุกสถานการณ์

เพราะผู้ปฏิบัติย่อมได้รับผลเอง ย่อมมีความสุข ย่อมอิ่มอกอิ่มใจ
ปฏิบัติเดี๋ยวนี้ ก็ได้ผลเดี๋ยวนี้
และเมื่อเราได้ปฏิบัติ เราจะเคารพรัก
และบูชาพระพุทธองค์ได้อย่างจริงใจ
และเราจะเรียกตัวเองว่าชาวพุทธได้อย่างเต็มภาคภูมิ

หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ สบายๆ

เราไม่ต้องศึกษาอะไรมากมายก็ได้

พยายามทำความรู้จักกับลมหายใจ

กำหนดลมบ่อยๆ จนเกิดความเคยชิน

เกิดความสนิทสนม เกิดความพอใจ

มีฉันทะ ที่จะอยู่กับลมหายใจตลอดเวลา

อย่างน้อยสุขภาพจิตของเราก็จะดีขึ้น

การระลึกรู้ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า
เป็นการทำให้ศีลบริสุทธิ์ที่จิต ที่เจตนาถูกต้อง
เป็นการเจริญสติ สัมปชัญญะ และปัญญาด้วย
เป็นการพัฒนาจิตใจโดยตรง
จึงมีอานิสงส์มาก มีประโยชน์มาก

เราจึงควรพยายามศึกษา
และพยายามทำบ่อยๆ จนเป็นนิสัย
เมื่อมีปัญหา ก็เอาลมหายใจเป็นสรณัง คัจฉามิได้
เมื่อเกิดปัญหาเป็นทุกข์ไม่สบายใจ
ก็รีบหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมเป็นที่พึ่งที่ระลึกของเรา
เมื่อเราสามารถระลึกรู้ ลมหายใจออก
ลมหายใจเข้าได้ โดยธรรมชาติ สบายๆ
ในอิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอนตลอดวันตลอดคืน
ก็เป็นอินทรียสังวรศีล
หรือแม้ว่าไม่ตลอดวันก็ตาม แค่ 10 นาที 20 นาที
ถ้าเรานั่งสบายๆ กำหนดลมหายใจออก ลมหายใจเข้า
ติดต่อกัน ต่อเนื่องกันโดยธรรมชาติ ด้วยความพอใจ

ช่วงนั้นจิตใจของเราก็สงบเป็นปกติ เป็นศีล เป็นอินทรียสังวร

สุขภาพใจก็ดี
ไม่ยินดียินร้าย ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์
เมื่อมีความรู้สึกตัวอยู่เสมอ จิตใจก้ไม่หลง

จิตไม่คิดไปตามกิเลสตัณหา


จิตใจก็ไม่หวั่นไหว ไม่ยินดียินร้ายมีหิริโอตตัปปะ

ละอายแก่ใจ กลัวบาป ไม่กล้าทำบาป ไม่กล้าทุกข์

ทุกข์เมื่อไร ก็บาปเมื่อนั้น

พยายามรักษาใจให้เป็นปกติเป็นกลางๆ

ให้ตั้งใจปฏิบัติอย่างน้อยก็ก่อนนอนกับตอนเช้า

คล้ายๆ อาบน้ำ ตั้งใจอาบน้ำ

อกนั้นตลอดวันก็ทำบ่อยๆ

คล้ายๆ กับการล้างมือ ล้างหน้า ทำบ่อยๆ

กลับมาหาลมหายใจบ่อยๆ มาหาที่พึ่งที่ระลึกของเราบ่อยๆ

แล้วเราจะมีสติ มีความสุขได้ในทุกสถานการณ์

ไม่ยินดียินร้าย

ไม่ยินดียินร้าย คือ ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ในโลกธรรม 8 ที่มากระทบ

มีลาภ เลื่อมลาภ มียศ เลื่อมยศ
สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์
ชอบก็รู้ ไม่ชอบก็รู้ รู้แล้วปล่อย
สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ แล้วปล่อย
เห็นทุกข์อย่างเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เสมอ
ถ้าทุกคนเข้าใจอย่างนี้ได้
ครอบครัวก็จะอบอุ่น บ้านเมืองก็จะร่มเย็นเป็นสุข
ทุกคนก็จะสบาย และเป็นสุขได้ในทุกสถานการณ์

ใครทำอะไรไม่ดี ท่านก็ไม่ให้ยินร้าย

ให้รีบโอปนยิโก น้อมเข้ามาดูตัวเอง
เตือนใจตัวเองว่า เราอย่างทำอย่างนั้น

จริงๆ แล้ว เราก็ไม่ใช่คนสมบูรณ์

เราก็ทำให้คนอื่นไม่พอใจเหมือนกัน ไม่มากก็น้อย

พยายามรักษาความเป็นปกติ

รักษาความเป็นกลางๆ รักษาสุขภาพใจดีของเรา
หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
พยายามปฏิบัติ เจริญสติปัฏฐาน 4 เจริญอานาปานสติ

อยู่กับปัจจุบัน เป็นปัจจุบันธรรม

ไม่ยินดียินร้าย คือ ไม่ยึดมั่นถือมั่น

เห็นผู้หญิงสวย ชอบก็รู้ รู้แล้วก็ปล่อย
ไม่ยึดมั่น ถือมั่นว่าต้องเอามาเป้นของเราให้ได้


ลูกทำอะไรไม่ถูกใจ ก็ปล่อย อนิจจัง
แล้วเขาจะเปลี่ยนไปเอง เขาก็มีกรรมเป็นของเขา
เมื่อมีโอกาส เมื่อใยของเราดีแล้ว
ก็ค่อยแนะนำ สอนเขา
เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีของลูก
เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วก็ปล่อย

นี้คือ ไม่ยินดี ยินร้าย

ไม่ยินดียินร้าย ไม่ใช่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ปฏิบัติหน้าที่

ตรงกันข้าม ไม่ยินดียินร้าย เป็นสุขภาพใจที่ดี

เมื่อเรามีสุขภาพใจดี เราก็สามารถทำหน้าที่ของเราได้ดีที่สุด

เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเสมอ
 
เป็นพ่อแม่ที่ดี เป็นพี่น้องที่ดี เป็นลูกที่ดี

เป็นนายที่ดี เป็นลูกน้องที่ดี เป็นนักการเมืองที่ดี

ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ เต็มความสามารถเสมอ

ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยอิทธิบาท 4



(มีต่อ)





หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | ตารางอบรม | บทความ | หนังสือแนะนำ | สมาชิก | ภาพกิจกรรม | ติดต่อเรา | คะแนนสะสม